เช็กลิสต์ มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 สำหรับคู่แต่งงานใหม่ แบ่งงบเบี้ย เลือกผู้เอาประกันและผู้รับประโยชน์ ตั้งกติกาเงินคืน และอ่านตัวเลขปลายทางให้ตรงกัน
เช็กลิสต์ มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 สำหรับคู่แต่งงานใหม่ แบ่งงบเบี้ย เลือกผู้เอาประกันและผู้รับประโยชน์ ตั้งกติกาเงินคืน และอ่านตัวเลขปลายทางให้ตรงกัน บทความนี้ตอบเรื่องประกันออมทรัพย์ คู่แต่งงานใหม่, วางแผนการเงินหลังแต่งงาน, มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 ผู้รับประโยชน์ และมันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 เบี้ยรายปี
หลังงานแต่งงานผ่านไป คู่ใหม่หลายคู่เจอคำถามที่ไม่มีใครสอนมาก่อน เงินเดือนของเราสองคนจะรวมกันแค่ไหน ใครจ่ายอะไร และเงินเก็บก้อนแรกของ "เรา" ควรหน้าตาเป็นอย่างไร บางคู่เปิดบัญชีร่วม บางคู่ยังแยกกันเหมือนเดิม แต่ทุกคู่มีเป้าหมายร่วมกันอย่างน้อยหนึ่งข้อ คือไม่อยากให้เรื่องเงินกลายเป็นเรื่องที่ต้องทะเลาะกันในอีกสิบปีข้างหน้า
บทความนี้เขียนเป็นเช็กลิสต์สำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่กำลังคิดจะใช้ มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 เป็นแผนออมระยะยาวก้อนแรกของบ้าน แต่ละข้อเป็นคำถามที่ควรคุยกันให้จบก่อนเซ็นใบคำขอ ถ้าตอบได้ครบทุกข้อ แผนนี้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยทั้งสองคน ถ้ายังตอบไม่ได้ อาจแปลว่ายังไม่ถึงเวลา หรือควรเริ่มที่ทุนเล็กกว่านี้
ตัวเลขทุกตัวคิดต่อทุนประกัน 100,000 บาท ตามใบเสนอขายตัวอย่างของบริษัท กรณีผู้หญิงอายุ 30 ปี เพื่อให้สองคนคุยกันบนตัวเลขชุดเดียว เงินคืนและเงินครบกำหนดเพิ่มตามทุนที่เลือก ส่วนเบี้ยจริงขึ้นกับอายุ เพศ อาชีพ สุขภาพ และหลักเกณฑ์รับประกันของบริษัท
ให้ทั้งสองคนดูภาพนี้พร้อมกันก่อนเริ่มเช็กลิสต์ วงกลมคือวันครบรอบปีกรมธรรม์ วงสีแดงคืองวดเบี้ยสุดท้ายของบ้าน แถวบนคือความคุ้มครองชีวิตของผู้เอาประกัน และแถวล่างคือเงินที่จะเข้าบ้านทุกปี
| สิ่งที่บ้านได้แน่นอน | % ของทุน | จำนวนเงิน (บาท) |
| เงินคืน 2% ปีที่ 1 ถึง 15 ช่วงสร้างครอบครัว | 30% | 30,000 |
| เงินคืน 3% ปีที่ 16 ถึง 25 | 30% | 30,000 |
| เงินคืน 5% ปีที่ 26 ถึง 29 | 20% | 20,000 |
| เงินครบกำหนดปีที่ 30 | 140% | 140,000 |
| รวมที่บ้านได้รับแน่นอน | 220% | 220,000 |
ตัวเลขชุดนี้คิดต่อทุน 100,000 บาท และเป็นส่วนที่กรมธรรม์รับรอง คู่ที่ตกลงกันจากตารางนี้ก่อน จะคุยเรื่องเงินปันผลได้โดยไม่คาดหวังเกินจริง
ก่อนคุยเรื่องเงิน ลองสรุป มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 ให้อีกฝ่ายเข้าใจแบบสั้นที่สุด ถ้าสรุปไม่ได้ แปลว่ายังไม่ควรตัดสินใจ สามประโยคที่ใช้ได้คือ
ส่วนที่ต้องพูดเพิ่มทุกครั้งคือเงินปันผล แบบนี้มีเงินปันผลก็จริง แต่เป็นส่วนที่ไม่รับรองการจ่าย จะมีหรือไม่มี มากหรือน้อย ขึ้นกับผลการดำเนินงานของบริษัท คู่ที่วางแผนร่วมกันควรตกลงตั้งแต่แรกว่าจะคิดเฉพาะส่วนรับรอง เพื่อไม่ให้ใครคาดหวังเงินที่ยังไม่เกิดขึ้น
| สิ่งที่ต้องตกลงกัน | ตัวเลขต่อทุนแสน | หมายเหตุ |
| ระยะจ่าย / คุ้มครอง | 15 ปี / 30 ปี | แบบต้องตรวจสุขภาพ |
| เบี้ยที่บ้านต้องกัน | 12,522 ต่อปี | รวม 187,830 |
| เงินคืนเข้าบ้าน | 2% → 3% → 5% ของทุน | รวม 80,000 ในปีที่ 1–29 |
| เงินก้อนปลายทาง | 140,000 | ครบปีที่ 30 |
| ถ้าผู้เอาประกันจากไป | 100,000 → 200,000 | 200% ตั้งแต่ปีที่ 6 |
| เงินปันผล | ไม่รับรอง | อ่านแยกจากตัวเลขข้างบน |
สิ่งที่คู่ใหม่มักอ่านพลาดคือคิดว่าเปอร์เซ็นต์เงินคืนคิดจากเบี้ยที่จ่าย ความจริงคิดจากทุนประกัน เงินคืน 2% ของทุน 100,000 บาทจึงเท่ากับ 2,000 บาท ไม่ใช่ 2% ของเบี้ย 12,522 บาท การอ่านฐานคำนวณให้ตรงกันตั้งแต่ต้นช่วยกันความเข้าใจผิดที่อาจกลายเป็นความผิดหวังในอนาคต
เคสนี้จ่ายเบี้ยปีละ 12,522 บาท นาน 15 ปี รวม 187,830 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละราว 1,044 บาท คู่ใหม่ต้องตอบให้ชัดว่าเงินก้อนนี้จะกันจากรายได้ของใคร แบ่งคนละครึ่ง หรือโอนเข้าบัญชีร่วมแล้วตัดจากที่นั่น
ไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิด แต่มีวิธีที่ทนแรงกระแทกได้มากกว่า ลองสมมติสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้จริงกับคู่วัยสามสิบ เช่น ฝ่ายหนึ่งลาคลอดและรายได้ลดลงหลายเดือน ฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนงานแล้วต้องรอเงินเดือนงวดแรก หรือมีคนหนึ่งตัดสินใจกลับไปเรียนต่อ ถ้าเบี้ยยังจ่ายได้ด้วยรายได้ของอีกคนในช่วงนั้น แผนนี้ก็เดินต่อได้ ถ้าไม่ได้ ควรลดทุนลงตั้งแต่ต้น เบี้ยและผลประโยชน์จะลดลงตามสัดส่วน
คำถามนี้ฟังดูเป็นเรื่องเอกสาร แต่จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของการดูแลกันและกัน ความคุ้มครองชีวิตของแผนนี้เป็นของผู้เอาประกัน เคสทุน 100,000 บาทให้ความคุ้มครอง 100,000 บาทในปีที่ 1 ถึง 5 และ 200,000 บาทตั้งแต่ปีที่ 6 ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เงินนี้จะไปถึงคนที่ถูกระบุชื่อเป็นผู้รับประโยชน์
คู่แต่งงานใหม่มักลืมไปว่ากรมธรรม์เดิมที่แต่ละคนทำไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานยังระบุพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นผู้รับประโยชน์อยู่ นี่เป็นจังหวะดีที่จะไล่ดูทุกฉบับพร้อมกัน แล้วตัดสินใจร่วมกันว่าต้องการให้เงินแต่ละก้อนไปถึงใคร บางคู่ให้คู่สมรสเป็นหลักและพ่อแม่ร่วมด้วย บางคู่แยกหน้าที่ของแต่ละฉบับให้ชัด ไม่มีสูตรตายตัว ขอให้เป็นการตัดสินใจที่ทั้งสองรู้
อีกเรื่องที่ควรคุยคือ จะทำในชื่อคนเดียวหรือคนละฉบับ ถ้าทำในชื่อคนที่มีรายได้มากกว่า ความคุ้มครองจะผูกกับรายได้หลักของบ้าน ถ้าทำคนละฉบับในทุนที่เล็กลง ทั้งสองคนจะมีความคุ้มครองชีวิตและเงินคืนเป็นของตัวเอง ทางไหนเหมาะกว่าต้องดูจากใบเสนอขายของแต่ละคน เพราะเบี้ยของแต่ละเพศและอายุไม่เท่ากัน
สัญญายาว 30 ปีจะเดินผ่านหลายเหตุการณ์ของชีวิตคู่ ลองวางปีกรมธรรม์ลงบนเรื่องที่คาดว่าจะเกิด แล้วดูว่าเงินแต่ละก้อนมาเจอกับเหตุการณ์ไหน
การวางแบบนี้ไม่ได้บอกว่าเงินต้องใช้กับเรื่องนั้นเท่านั้น แต่ช่วยให้ทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าเงินก้อนไหนมาเมื่อไร ถ้าวันหนึ่งมีเรื่องต้องใช้เงิน จะได้รู้ว่าควรรอเงินคืนงวดถัดไป หรือควรใช้เงินจากแหล่งอื่น โดยไม่ต้องคิดถึงการยกเลิกแผน
ช่วงอายุในเคสคำนวณจากการเริ่มที่อายุ 30 ถ้าคุณหรือคู่เริ่มที่อายุอื่น ปีกรมธรรม์จะตรงกับอายุคนละช่วง ควรขอใบเสนอขายที่ใช้อายุจริงของผู้เอาประกัน
เงินคืนที่เข้าบัญชีทุกปีเป็นจุดที่คู่แต่งงานมักมีความเห็นต่างกันมากที่สุด คนหนึ่งอยากเก็บต่อ อีกคนอยากใช้เที่ยวฉลองครบรอบ ทั้งสองความคิดมีเหตุผล วิธีที่ช่วยได้คือ ตั้งกติกาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องตัดสินใจใหม่ทุกปี
กติกาที่ตกลงร่วมกันไว้ก่อนจะช่วยลดการต่อรองในวันที่เงินเข้ามาจริง และทำให้เงินคืนทำหน้าที่ตามที่ตั้งใจ แทนที่จะหายไปกับค่าใช้จ่ายประจำวันโดยไม่มีใครสังเกต
ถ้าผู้เอาประกันมีชีวิตอยู่ครบสัญญาและรับเงินคืนออกมาตามงวด ส่วนรับรองทั้งหมดคือ เงินคืนรวม 80,000 บาท บวกเงินครบกำหนด 140,000 บาท เป็น 220,000 บาท เทียบกับเบี้ยรวม 187,830 บาท ส่วนต่างคือ 32,170 บาท
ตัวเลขนี้ควรอ่านอย่างตรงไปตรงมา มันคือผลต่างของเงินรวม ไม่ใช่อัตราผลตอบแทนต่อปี ยังไม่รวมเงินปันผลที่ไม่รับรอง ยังไม่คิดค่าของเงินตามเวลา และยังไม่หักเงินเฟ้อ จุดเด่นของแผนจึงไม่ใช่ส่วนต่างที่สูง แต่คือเงินแต่ละก้อนเป็นจำนวนที่รู้ล่วงหน้าตามสัญญา คู่ที่อยากให้เงินก้อนโตเร็วกว่านี้อาจใช้เครื่องมือลงทุนอื่นควบคู่ โดยให้แผนนี้เป็นส่วนที่มั่นคงของบ้าน
ถ้าอยากรู้ว่าเงินปันผลอาจเพิ่มให้เท่าไร ตารางตัวอย่างของบริษัทให้ไว้ 3 กรณีต่อทุนแสน กรณี 3% รวมราว 13,050 บาท กรณี 4% ราว 43,380 บาท และกรณี 5% ราว 75,700 บาท ทั้งหมดไม่รับรองการจ่าย คู่ที่ตกลงกันว่าจะวางแผนจาก 220,000 บาทที่รับรองไว้ก่อน จะไม่ผิดหวังในปีที่ปันผลออกมาน้อย
ชีวิตคู่ในสามสิบปีอาจไม่เป็นไปตามที่วาดไว้ทั้งหมด ข้อควรระวังที่คู่ใหม่ควรรู้ก่อนเริ่มมีดังนี้
เบี้ยประกันชีวิตใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรและเงื่อนไขกรมธรรม์ สิ่งที่คู่แต่งงานควรรู้คือ สิทธินี้ผูกกับผู้มีเงินได้ที่จ่ายเบี้ยและยื่นแบบ ไม่ได้รวมกันเป็นของบ้าน ถ้าแต่ละคนยื่นภาษีแยกกัน ควรดูว่าใครใช้สิทธิประกันชีวิตไปแล้วเท่าไร แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำในชื่อใคร ไม่ควรนับประโยชน์ทางภาษีเป็นผลตอบแทนของแผน
| ขั้นภาษีของคนที่ทำกรมธรรม์ | ภาษีลดลงต่อปี | รวม 15 ปี |
| 10% | 1,252.20 | 18,783 |
| 20% | 2,504.40 | 37,566 |
| 30% | 3,756.60 | 56,349 |
เบี้ย 12,522 บาทลดหย่อนได้ทั้งจำนวน เพราะต่ำกว่าเพดาน 100,000 บาทต่อปี ถ้าคนหนึ่งอยู่ขั้นภาษีสูงกว่าอีกคน การทำกรมธรรม์ในชื่อคนนั้นจะลดภาษีได้มากกว่า ตัวเลขในตารางเป็นประมาณการกรณีเงินได้สุทธิอยู่ในขั้นนั้นทั้งก้อน
แผนนี้ไม่ได้ผูกกับการมีลูก เงินคืนและเงินครบกำหนดใช้กับเป้าหมายใดก็ได้ของบ้าน สิ่งที่ต้องดูคือเบี้ยยังจ่ายได้ไหมถ้าวันหนึ่งมีลูกและรายจ่ายเพิ่ม ถ้าไม่แน่ใจ ให้เริ่มที่ทุนที่เบาลง
คิดจากทุนประกัน เคสทุน 100,000 บาทจึงได้ปีละ 2,000 บาทในปีที่ 1 ถึง 15 ปีละ 3,000 บาทในปีที่ 16 ถึง 25 และปีละ 5,000 บาทในปีที่ 26 ถึง 29
ไม่ใช่ เงินครบกำหนด 140% ของทุนจ่ายเมื่อครบสัญญาปีที่ 30 ระหว่างปีที่ 16 ถึง 29 ไม่ต้องจ่ายเบี้ย แต่ยังรับเงินคืนตามเงื่อนไข
ไม่ควร เงินปันผลไม่รับรองการจ่าย อาจต่างจากตัวอย่างหรือไม่มีเลย ให้วางแผนจากเงินคืนและเงินครบกำหนดรับรองเท่านั้น ถ้ามีปันผลจริงค่อยถือเป็นส่วนเพิ่ม
ขึ้นกับรายได้ อายุ เพศ และความคุ้มครองที่แต่ละคนมีอยู่ ควรขอใบเสนอขายของทั้งสองแบบมาเทียบ เพราะเบี้ยของแต่ละคนไม่เท่ากัน
ส่งอายุ เพศ อาชีพของทั้งสองคน และงบรวมที่บ้านกันได้ต่อเดือน เพื่อรับใบเสนอขาย มันนี่ ฟิต เฟิร์ม 30/15 ทั้งแบบฉบับเดียวและแบบคนละฉบับมาเทียบกัน แล้วนั่งอ่านตารางพร้อมกันก่อนตัดสินใจ การขอตัวเลขยังไม่ใช่การสมัครและไม่มีข้อผูกมัด
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ให้เราช่วยออกแบบแผนที่เหมาะกับคุณ
เราเก็บข้อมูล (เช่น ชื่อ เบอร์โทร) เฉพาะเมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มด้วยตนเอง เพื่อติดต่อกลับเท่านั้น อ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่จำเป็น
จำเป็นต่อการทำงานพื้นฐาน เช่น จดจำการยอมรับนโยบายนี้ ปิดใช้งานไม่ได้
คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์
ช่วยให้เราเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์และปรับปรุงประสบการณ์ของท่านให้ดียิ่งขึ้น
คุกกี้เพื่อการตลาด
ใช้วัดผลโฆษณา (เช่น Google, Facebook) ว่าโฆษณาไหนช่วยให้ท่านพบเว็บไซต์นี้